น้อมรำลึก คิดถึงคำสอน วันคล้ายวันสวรรคตในหลวง 'รัชกาลที่ 9'

Post on 13 ตุลาคม 2563
by Admin

คำสอนและสิ่งที่พระองค์ ทรงทำให้ประชาชน ยังตราตรึงใจ พระองค์เคยตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า “ตราบใดที่คนไทยทุกคนยังไม่มีความสุข พระองค์จะไม่เสด็จต่างประเทศ”

 

หากย้อนรำลึกถึงสิ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อพสกนิกรคนไทย มีอยู่เยอะมาย จนยากจะบรรยาย และในวาระครบ  4 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงอยากเล่าถึงตอนที่ พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (สมณศักดิ์ เมื่อปีพ.ศ. 2559) เล่าให้ฟัง...

ตลอด 70 ปีของการครองราชย์ในหลวง รัชกาลที่ 9  ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ทั้งรูปธรรม นามธรรม หรือแม้แต่พระราชดำรัส พระราชดำริ รวมถึงวิธีการที่พระองค์ ทรงมีปฏิสันถารกับบุคคลต่างๆ ทั้งพระสงฆ์และพระอริยสงฆ์

นั่นก็คือ สิ่งที่เป็นมรดกที่ทรงทิ้งไว้ให้พสกนิกรคนไทย เหมือนดังเช่นพระพุทธเจ้า ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลายจงปฏิบัติตามปรมัตถธรรมข้อที่พระองค์ทรงสั่งสอน"

“ขอให้น้อมนำสิ่งที่พระองค์ ทรงสั่งสอนหรือทรงปฏิบัติให้ดู เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิต และพึ่งตนเองโดยความไม่ประมาท" พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต สมณศักดิ์ปัจจุบัน (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เคยเล่าให้ฟัง

 

"แม้กายสังขารของพระองค์สิ้นไปนานแล้ว แต่พระราชประสงค์ที่จะให้คนไทยมีความสุข อยากให้ประเทศไทยมีความเจริญ คงจะไม่ได้ไปตามกายขันธ์ของพระองค์"

 

  • รักษาพระราชหฤทัยด้วยเทปกรรมฐาน

เคยมีคำถามว่า ทำไมในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่ค่อยเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ แม้กระทั่งตอนที่ทรงพระประชวร ทั้งๆ ที่คณะแพทย์ตอนนั้นลงความเห็นว่า ควรเสด็จเพื่อรักษาพระอาการในประเทศแถบตะวันตกที่มีเทคโนโลยีดีกว่าเมืองไทย แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ

 

เรื่องนี้ พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต เล่าไว้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระประชวรหนัก น่าจะปีพ.ศ. 2525 ตอนนั้นคณะแพทย์ลงเห็นว่า ต้องเสด็จพระราชดำเนินรักษาพระอาการที่ต่างประเทศ ทรงปฏิเสธ และไม่มีใครรู้ว่า ทำไมพระองค์ไม่เสด็จต่างประเทศ

 

“พระองค์มีพระราชดำรัสว่า ถ้าทรงทำอะไรไม่ได้ พระองค์ก็จะรักษาพระองค์เอง ตอนนั้นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตรัสว่า ช่วงที่หมอไม่รู้จะรักษายังไงเกี่ยวกับพระราชหฤทัย ช่วงนั้นก็เลยใช้วิธีเปิดเทปเทศน์กรรมฐาน เมื่อพระองค์บรรทมฟัง พอฟังไปสักพัก พระอาการก็ดีขึ้น ซึ่งหมอก็งง"

 

และมีอีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ ยุคล ตรัสกับอาตมาว่า อยากให้พระองค์เสด็จสังเวชนียสถาน เพราะพระองค์เป็นพุทธมามกะ และไม่เคยเสด็จที่นั่นเลย กราบทูลหลายครั้ง

ตอนนั้นพระองค์มีพระราชดำรัสว่า ความจริงแล้วอยากเสด็จสังเวชนียสถานมาก แต่ว่าติดสัญญาใจ ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า “ตราบใดที่คนไทยทุกคนยังไม่มีความสุข พระองค์จะไม่เสด็จต่างประเทศ”

ตอนนั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ ยุคล ตรัสกับอาตมาว่า ท่านก็อึ้งกับพระราชดำรัสของพระองค์ในคราวนั้น และได้ทูลถามพระองค์ว่า “แล้วพระองค์ ทรงเอาอะไรเป็นเกณฑ์ว่า คนไทยไม่มีความสุข เพราะประเทศไทยก็เจริญขนาดนี้แล้ว” พระองค์ตรัสว่า “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ในพระราชหฤทัยรู้สึกว่า คนไทยยังไม่มีความสุข”

 

  • น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในชีวิตประจำวัน

"สิ่งที่อาตมาอยากเตือนสติพวกเรา ก็คือ เราจะทำยังไง น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ดูว่า โครงการพระราชดำริมีจำนวนเท่าไหร่ ถ้าเราจะเข้าใจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ต้องไปดูสิว่า ก่อนที่จะมีโครงการพระราชดำริแต่ละอัน มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมรัฐแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ บางทีรัฐก็บอกว่า เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของท้องถิ่น แต่พระองค์ไม่เคยตรัสว่า ทำไมหน่วยงานนี้ไม่ทำ พระองค์ไม่ได้สนใจ

แล้วทำไมทรงรับรู้ ทรงเห็น ช่วยเหลือคนที่อยู่ในประเทศทั้งหมด หรือบางทีก็ช่วยเหลือทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนไทย คนบนดอย ม้ง กะเหรี่ยง พระองค์ทรงเห็นปัญหา ทรงทุ่มเทเพื่อให้พสกนิกรมีความสุข โดยพระองค์ไม่ต้องการอะไรเลย เพราะทรงมีทุกอย่างแล้ว ถ้าอย่างนั้นคนไทยต้องเตือนตัวเองว่า เราทำตัวสมกับเป็นลูกที่พระองค์ไว้วางพระราชหฤทัยหรือเปล่า สิ่งที่พระองค์ ทรงทำลงไป ไม่ได้เพื่อสถาบัน ไมได้เพื่อพระองค์เอง " พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต เล่าไว้เช่นนั้น

-------------

  • พิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

พิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2563 มีดังนี้


- 07:00 น. :  พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่เหมาะสม
- 08:15 น. : พิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม
- 19:00 น. : พิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร